คุยกันประสานมิตร - พฤหัสบดีที่ 14 พ.ค. 19.00

คุยกันประสานมิตร - พฤหัสบดีที่ 14 พ.ค. 19.00

กฎหมายกับการจัดการโรคระบาด

เมื่อสถานการณ์โรคระบาดเกิดขึ้นในตอนนี้นอกจากมีผลกับสาธารณสุขแล้ว ยังมีผลกระทบกับกฎหมายอีกด้วย จะมีผลกับกฎหมายอย่างไร การรับมือเมื่อสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกครั้งจะเป็นเช่นไร สามารถอ่านได้จากบทความนี้

ตัวอย่างกฎหมายในแต่ละประเทศเมื่อมีโควิด

ในแต่ละประเทศจะมีการรับมือกับสถานการณ์โควิดแตกต่างกันออกไป เช่น ในอเมริกาที่แต่ละรัฐออกกฎหมายโดยรัฐบาลท้องถิ่นจึงมีส่วนทำให้การแก้ปัญหาล่าช้า อาจมีผลกับการเลือกตั้งด้วยว่าจะเลื่อนหรือไม่ ในอังกฤษมีการออกกฎหมายเฉพาะกิจเพื่อโคโรน่าโดยเฉพาะซึ่งมีผลบังคับใช้ 2 ปี ในจีนมีการรับมือและสร้างโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีการจัดการรวดเร็วและเด็ดขาด เป็นต้น การรับมือที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศนี้ขึ้นอยู่กับการบริหารและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไป

เหตุที่กฎหมายพิเศษเกิดขึ้น

กฎหมายพิเศษเกิดขึ้นในสถานการณ์พิเศษ ทำให้รัฐบาลมีอำนาจในการจัดการ เช่น ภาวะสงคราม ภัยธรรมชาติ เกิดโรคระบาด เป็นต้น เพราะถ้าให้ต่างคนต่างจัดการอาจจะไม่เป็นเอกภาพ จึงเกิด “พรก.(พระราชกำหนด)ฉุกเฉิน” เพื่อให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สำหรับการลดหย่อนมาตราการจะต้องประเมินตามสถานการณ์ปัจจุบันว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ในการลดหย่อนแต่ละครั้ง พรก.ฉุกเฉินจะมีการประกาศทุก 3 เดือน ถ้ามีการต่อจะต้องมีเหตุผลเสมอ

การรับมือเมื่อเกิดขึ้นอีกครั้ง

ในอนาคตข้างหน้าถ้าเกิดเหตุการณ์ใกล้เคียงกับโควิดอีก ทางรัฐบาลควรมีมาตราการเยียวยาให้สมเหตุสมผลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากโรคนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ละภาคส่วนจึงต้องปรับตัวมาก ทั้งการสื่อสารและการรับมือของรัฐบาล ควรปรับการบริหารจัดการไปตามสถานการณ์

ในสถานการณ์โควิดนี้ โดยรวมคนไทยมีความช่วยเหลือกัน เช่น ตลาดออนไลน์ ตู้ปันสุข การบริจาค เป็นต้น อีกทั้งยังมีอารมณ์ขัน ทำให้ลดความเครียดลงไปได้ อีกทั้งยังเกิดการปรับตัวที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นได้ เช่น การเรียนออนไลน์ การทำประกันสุขภาพด้วยการโทรหาคนขายประกันเอง ความใส่ใจสุขภาพ เป็นต้น

สิ่งที่สำคัญกว่ากฎหมายคือคนหันมาช่วยกันโดยยังไม่มีกฎหมายออกมาด้วยซ้ำ อย่างการใส่หน้ากาก อีกทั้งยังคำนึงถึงความปลอดภัย ตั้งใจรักษาตนเองให้ดีที่สุด และกฎหมายไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะการอยู่ร่วมกันจำเป็นต้องมีบรรทัดฐานในการอยู่ร่วมกันอยู่แล้ว ขอให้แต่ละคนมีจิตสำนึกต่อสาธารณะมากขึ้น แล้วสังคมจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข